ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพและรูปร่างมากขึ้น ไฟเบอร์เป็นสารอาหารยอดนิยมที่หลายคนเลือกเสริมในชีวิตประจำวัน เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้และระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไฟเบอร์กลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่มาแรงในวงการสุขภาพและความงาม เช่นเดียวกับแบรนด์รับผลิตอาหารเสริมบำรุงสมองหลายแบรนด์ต่างพัฒนาอาหารเสริมสูตรเฉพาะเพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
บทความนี้จะพาทุกคนทำความเข้าใจว่าไฟเบอร์คืออะไร กินไฟเบอร์ช่วยอะไร ไฟเบอร์ควรกินกี่วัน และไฟเบอร์กินตอนไหน รวมถึงแนะนำวิธีกินไฟเบอร์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเคล็ดลับสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นทำแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์ ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัยและประสบความสำเร็จ
สารบัญบทความ
- ไฟเบอร์คืออะไร
- ไฟเบอร์มีกี่ประเภท
- ไฟเบอร์มีประโยชน์อย่างไร
- กินไฟเบอร์ได้จากที่ไหนบ้าง
- กินไฟเบอร์ให้ถูกวิธี ทำได้อย่างไร
- สร้างแบรนด์ผลิตอาหารเสริมไฟเบอร์ที่ Derma Innovation ดีอย่างไร
- ขั้นตอนสร้างแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์แบบ ครบ จบ กับ Derma Innovation
- อยากมีแบรนด์ไฟเบอร์คุณภาพ มั่นใจได้กับ Derma Innovation
ไฟเบอร์คืออะไร
ไฟเบอร์ (Fiber) คือกากใยอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ไม่ใช่แป้ง ส่วนใหญ่มักพบได้ในผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือถั่วชนิดต่าง ๆ โดยจะทำหน้าที่ในการช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ปกติ รวมถึงช่วยขับถ่ายสารพิษหรือของเสียที่ตกค้างภายในลำไส้ออกไป โดยข้อสงสัยที่ว่าควรกินไฟเบอร์ตอนไหนและกินไฟเบอร์ทุกวันได้ไหม คำตอบคือสามารถทานทุกวัน ทุกช่วงเวลาตามเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อร่างกายรู้สึกท้องผูกหรือไม่ถ่ายเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าระหว่างไฟเบอร์กับดีท็อกซ์ต่างกันยังไง ทำความเข้าใจง่าย ๆ ไฟเบอร์ คือกากใยอาหารที่เราสามารถหาทานเองได้ง่าย ๆ จากผัก ผลไม้ หรืออาหารเสริมไฟเบอร์ แต่การดีท็อกซ์นั้นคือการล้างพิษในลำไส้ด้วยการสวนล้างโดยน้ำที่มีประจุแร่ธาตุหรือน้ำบริสุทธิ์ ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ พยาบาล หรือผู้เชี่ยวชาญ
ไฟเบอร์มีกี่ประเภท

ไฟเบอร์ (fiber) หรือใยอาหาร เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ แต่มีบทบาทสำคัญต่อระบบขับถ่ายและการทำงานของร่างกาย โดยไฟเบอร์จะประกอบด้วยโมเลกุลที่ซับซ้อนหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามคุณสมบัติในการละลายน้ำ ได้แก่
ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ (Aoluble Dietary Fiber)
ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเมื่อไฟเบอร์ชนิดนี้สัมผัสกับน้ำ จะกลายเป็นเจลที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมันเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยให้อิ่มนานขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แหล่งของไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ได้แก่ ข้าวโอ๊ต, ข้าวบาร์เลย์, ถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ผักและผลไม้ เช่น แอปเปิล, แครอท และเกรปฟรุต เป็นต้น
ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำไม่ได้ (Insoluble Fiber)
ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำไม่ได้จะไม่สามารถดูดซึมน้ำ แต่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้อุจจาระนุ่มขึ้นและขับถ่ายได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก หรือระบบขับถ่ายไม่ปกติ ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ แหล่งของไฟเบอร์ที่ละลายน้ำไม่ได้ ได้แก่ ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวโฮลวีต, ผักใบเขียว เช่น ผักโขม, ผักคะน้า และผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น แอปเปิล และมันฝรั่ง เป็นต้น
ไฟเบอร์มีประโยชน์อย่างไร
หลังจากที่ทำความเข้าใจแล้วว่า ไฟเบอร์คืออะไร และไฟเบอร์มีกี่ประเภท ในส่วนต่อไปเราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของไฟเบอร์ว่านอกจากช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นแล้ว ไฟเบอร์ช่วยอะไรต่อสุขภาพและร่างกายอีกบ้าง
ช่วยควบคุมน้ำหนัก
ไฟเบอร์มีประโยชน์ต่อคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือคุมน้ำหนัก ซึ่งบางคนอาจสงสัยว่าไฟเบอร์ควรกินตอนไหนถึงจะช่วยลดน้ำหนักได้ดี คำตอบคือ ทานตอนก่อนนอนหรือก่อนมื้ออาหาร โดยหลังจากที่ทานแล้วจะรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น สามารถควบคุมอาหารที่ทานแต่ละมื้อให้อยู่ในระดับที่พอดี
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ในอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์จะเป็นแหล่งอาหารของโปรไบโอติก ที่เป็นสารอาหารช่วยปรับสมดุลและสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยการทานไฟเบอร์เป็นประจำจะส่งผลให้โปรไบโอติกให้ไปเจริญเติบโตในลำไส้ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย
ช่วยในการขับถ่าย
หากถามว่า ไฟเบอร์ช่วยเรื่องอะไร หนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงคือไฟเบอร์ช่วยขับถ่าย โดยจะช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่สามารถทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นการขับถ่ายในแต่ละวัน ช่วยขับสารพิษหรือสิ่งสกปรกภายในลำไส้ใหญ่ และยังช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย
ลดคอเลสเตอรอล
สำหรับกลุ่มคนที่เป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง วิธีกินไฟเบอร์ที่ถูกต้องที่แพทย์แนะนำคือทานร่วมกับยารักษา ซึ่งจะช่วยปรับระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย
รักษาระดับน้ำตาลในเลือด
การทานไฟเบอร์โดยเฉพาะชนิดละลายน้ำ ไฟเบอร์จะช่วยทำหน้าที่ลดการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน เพื่อไม่ให้ร่างกายนำไปใช้เร็วจนเกินไป ทำให้เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ในการช่วยลดการใช้อินซูลินในการรักษา รวมถึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานสำหรับคนปกติ
กินไฟเบอร์ได้จากที่ไหนบ้าง

หลังจากทำความเข้าใจว่าไฟเบอร์ช่วยอะไรไปแล้ว ลำดับต่อไปที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือแหล่งอาหารไฟเบอร์ โดยทุกคนสามารถเลือกแหล่งทานได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ผักและผลไม้ : เป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่หาทานได้ง่าย มีกากใยสูง มีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยในการย่อยอาหาร เช่น กล้วย, มะละกอสุก, กีวี, แอปเปิลเขียว, บรอกโคลี, กะหล่ำปลี และผักกวางตุ้ง เป็นต้น
- ธัญพืชและถั่วชนิดต่าง ๆ : เป็นอาหารที่มีไฟเบอร์และสารอาหาร เช่น วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร เช่น อัลมอนด์, ข้าวโพด, ข้าวกล้อง และข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น
- อาหารแปรรูป : เป็นการแปรรูปจากแหล่งอาหารธรรมชาติ ซึ่งนอกจากไฟเบอร์แล้วยังมีโปรตีนและแคลเซียม ยกตัวอย่างเช่น ขนมปังโฮลวีต, ธัญพืชอัดแท่ง, นมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ต เป็นต้น
- อาหารเสริมไฟเบอร์ :อาหารเสริมคือการนำแหล่งไฟเบอร์มาแปรรูปเป็นเม็ด เยลลี่ หรือผงละลายน้ำให้ทานง่าย อุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรไบโอติกและสารสกัดธรรมชาติ เป็นต้น
กินไฟเบอร์ให้ถูกวิธี ทำได้อย่างไร
แม้ว่าการกินไฟเบอร์จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การรับไฟเบอร์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เดียวกัน ในส่วนนี้จะมาแนะนำการกินไฟเบอร์ให้ถูกวิธี และหาคำตอบว่าควรกินไฟเบอร์ตอนไหนให้ปลอดภัยต่อร่างกาย
- เพิ่มปริมาณทีละน้อย : หากไม่คุ้นกับอาหารกากใยสูง ควรเริ่มจากการเพิ่มไฟเบอร์วันละ 2–3 กรัม แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึงปริมาณที่แนะนำ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและลดอาการท้องอืด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน : ไฟเบอร์จะดูดซับน้ำในลำไส้ หากดื่มน้ำน้อยอาจทำให้ท้องผูกได้ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานไฟเบอร์ในปริมาณสูง
- เลือกเวลาทานให้เหมาะสม : ไฟเบอร์บางชนิดอาจรบกวนการดูดซึมของแร่ธาตุ ข้อสงสัยว่าไฟเบอร์กินตอนไหน คำตอบคือควรทาน 1 – 2 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังมื้ออาหารที่มีแร่ธาตุสูง
- ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารควรระวัง : เช่น ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคลำไส้อักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร เพราะอาจกระตุ้นอาการปวดท้องหรือท้องเสียได้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานเกินขนาด : อาจมีข้อสงสัยว่าไฟเบอร์กินทุกวันได้ไหม คำตอบคือ หากได้รับไฟเบอร์มากเกินไป เช่น 7 กรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้
- ข้อควรระวังสำหรับทานอาหารเสริมไฟเบอร์ : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรอง อย. เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในคุณภาพ หากเพิ่งเริ่มทาน ควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และดื่มน้ำตามมาก ๆ
สร้างแบรนด์ผลิตอาหารเสริมไฟเบอร์ที่ Derma Innovation ดีอย่างไร

สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นสร้างแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์ของตัวเอง การเลือกผู้ผลิตที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้คือก้าวแรกที่สำคัญ Derma Innovation คือคำตอบที่พร้อมช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายและสะดวก พร้อมบริการครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่น ดังนี้
- ประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการผลิตสกินแคร์และอาหารเสริมครบวงจร เช่น วิตามินบีรวมและอาหารเสริมไฟเบอร์ พร้อมทีมพัฒนาสูตรมืออาชีพ และเครื่องจักรมาตรฐานยุโรป
- พัฒนาสูตรด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากองค์กรวิจัยระดับโลก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด
- เทคโนโลยีการผลิตทันสมัย มีระบบคำนวณอัตราส่วนและผสมสารสกัดอัตโนมัติ เพื่อให้เนื้อสัมผัสและคุณภาพคงที่ในทุกชิ้น
- มาตรฐานการผลิตระดับสากล ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายในและต่างประเทศ
- ให้บริการแบบ One-Stop Service ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้คำปรึกษา พัฒนาสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ดำเนินการขอเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้า ไปจนถึงผลิตและจัดส่งสินค้า
- Raw Material Technology ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีสารสกัดกว่า 50 แบบที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์โดดเด่นและเห็นผลจริง
ขั้นตอนสร้างแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์แบบ ครบ จบ กับ Derma Innovation
ใครต้องการเริ่มต้นสร้างแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์ของตัวเองให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและพร้อมจำหน่ายในเวลาที่ไม่นาน พร้อมได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถเริ่มกับที่ Derma Innovation ได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอน ดังนี้
- เลือกสูตรและผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจาก Price List : เริ่มจากเลือกสูตรอาหารเสริมไฟเบอร์ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเลือกจากสูตรมาตรฐานของบริษัท หรือปรับสูตรเฉพาะแบรนด์ของคุณได้
- ทดลองและพัฒนาสูตรให้ตรงใจตลาด : เมื่อตกลงเลือกผลิตภัณฑ์แล้ว สามารถสั่งตัวอย่างทดลองเพื่อดูรสชาติหรือผลลัพธ์เบื้องต้นก่อนเริ่มผลิตจริง เพื่อให้มั่นใจว่าสูตรตรงใจลูกค้าเป้าหมายที่สุด
- ขอใบเสนอราคาและรายละเอียดการผลิต : เมื่อพอใจในสูตรแล้ว ทีมงานจะทำใบเสนอราคาและแจ้งรายละเอียดการผลิต พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณการสั่งขั้นต่ำและระยะเวลาในการผลิต
- ชำระเงินยืนยันการสั่งผลิต : เมื่อได้รับใบเสนอราคา ลูกค้าชำระเงินตามข้อตกลงเพื่อยืนยันการผลิตสินค้าในระบบ จากนั้นทีมงานจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
- ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์สินค้า : ทีมกราฟิกดีไซน์จะช่วยออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ตามคอนเซปต์แบรนด์ โดยใช้เวลาประมาณ 7 วันทำการ เพื่อให้สินค้าดูน่าสนใจและโดดเด่น
- ยืนยันแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้ : เมื่อได้รับแบบดีไซน์ ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันแบบเพื่อนำไปสู่การผลิตจริง โดยจะดำเนินการส่งแบบโลโก้และฉลากผ่านทางอีเมล
- จดทะเบียน อย. ในนามแบรนด์ของลูกค้า : ยื่นจดทะเบียนเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในแบรนด์ของลูกค้า ใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ
- เริ่มขั้นตอนการผลิตสินค้า : เมื่อได้รับเลขจดแจ้งจาก อย. แล้ว สินค้าจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงภายใน 21 วันทำการ โดยทีมงานมืออาชีพและโรงงานมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด
- ชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อสินค้าผลิตเสร็จ : หลังจากผลิตเสร็จสมบูรณ์ ลูกค้าชำระยอดคงเหลือก่อนจัดส่งสินค้า
- จัดส่งสินค้า พร้อมเริ่มจำหน่ายได้ทันที : สินค้าอาหารเสริมของคุณจะถูกจัดส่งถึงมือภายใน 3–5 วันทำการ พร้อมให้คุณเริ่มทำตลาดและจำหน่ายได้ทันที
อยากมีแบรนด์ไฟเบอร์คุณภาพ มั่นใจได้กับ Derma Innovation
โดยสรุปแล้ว ไฟเบอร์ถือเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนัก รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ การทานอาหารเสริมไฟเบอร์มากเกินไป หรือทานไฟเบอร์ธรรมชาติน้อยเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรเลือกทานแต่พอดีตามที่เภสัชหรือแพทย์แนะนำเพื่อการดูแลสุขภาพระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมไฟเบอร์ หรือสร้างแบรนด์สุขภาพของตัวเอง Derma Innovation พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญ การผลิตที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์และขอเครื่องหมาย อย. เพื่อให้คุณสามารถสร้างแบรนด์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
- บริษัท เดอร์มา อินโนเวชั่น จำกัด
- 111/1 หมู่ 4 ซ.แจ้งวัฒนะ 19 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
- วัน-เวลาเปิดทำการ : จ.-ศ. 09:00-18:00 น. (หยุดวันเสาร์-อาทิตย์)
- โทร : 02 962 3223, 02 962 2177, 02 962 2442
- Hotline : 095-982-9444
- E-mail : Sales@derma-innovation.com
- ติดต่อฝ่ายจัดซื้อ 02-046-6223